5 โรคทางจิตเวช ที่ทุกคนต้องระวัง 

Psychiatric disorders

ในปี 2565 ประเทศไทยมีจำนวนผู้ป่วยโรคซึมเศร้าคาดประมาณ 1.36 ล้านคน โดยในเดือนกันยายนมีอัตราการเข้าถึงบริการของผู้ป่วยที่ได้รับการวินิฉัยและรักษาอยู่ที่ร้อยละ 90.6 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ร้อยละ 84.9 ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้คนไทยป่วยเกี่ยวกับจิตเวช เราควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคทางจิตเวช เพื่อป้องกันกับ 5 โรคทางจิตเวชที่คุณต้องรู้

  1. โรคซึมเศร้า

ถือเป็นโรคจิตเวชที่หลายคนมักจะเป็นและยังไม่รู้วิธีรับมือ โดยอาการโรคซึมเศร้ามีอาการหดหู่ ท้อแท้ เบื่อหน่าย รู้สึกไม่มีคุณค่าในตัวเอง บางรายอาจรู้สึกเศ้ราและเบื่อหน่ายทุกอย่างรอบตัว และไม่รู้จะอยู่ต่อไปเพื่ออะไร โดยโรคนี้คือผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษา จะมีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสูง หากมีอาการโรคซึมเศร้าเกิน 2 สัปดาห์ ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาโดยด่วน 

  1. โรคแพนิก

อีกหนึ่งโรคนิยมทางจิตเวช ที่หลายคนมักคาดไม่ถึง อย่างโรคแพนิก เป็นโรคตื่นตระหนก เกิดขึ้นจากระบบประสาทอัตโนมัติที่มีการทำงานไวจ่อสิ่งกระตุ้น ทำให้มีอาการแพนิก ได้แก่ หัวใจเต้นเร็ว หายใจติดขัด จุกแน่น เวียนศีรษะ คล้ายจะเป็นลม โดยการเกิดครั้งแรกจะเกิดขึ้นเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่มีเรื่องกดดันหรือถูกกระตุ้นให้ตื่นตัว เนื่องจากยังมีผู้ป่วยบางรายไม่รู้จักหรือยังขาดความรู้เกี่ยวกับโรคแพนิก เมื่อมีอาการมักเข้าใจผิดและคิดว่าตนเองเป็นโรคทางกาย 

  1. โรคจิตเภท

โดยอาการของโรคจิตเภทจะมีอาการทางประสาทเช่น หูแว่ว ภาพหลอนเกิดขึ้น และจะแสดงออกโดยการพูดคนเดียว หัวเราะคนเดียว มีความหลงผิดหรือหวาดระแวง เป็นนานเกิน 6 เดือน หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง จะทำให้การรักษายุ่งยากกว่าเดิม และผลการรักษาไม่ดี แถมโรคจิตเภทเป็นโรคเรื้อรัง จะต้องใช้ยาไปตลอดชีวิต เพราะหากหยุดยาจะทำให้อาการกำเริบขึ้นได้

  1. โรคสมองเสื่อม

โรคสมองเสื่อม (Dementia) คือ ภาวะสภาพจิตใจที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของสมอง ทำให้เกิดความผิดปกติในการทำงานของสมอง เช่น ความจำลำบาก ความสับสน และปัญหาในการเรียนรู้ โรคสมองเสื่อมเป็นโรคที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ แต่ก็อาจเกิดขึ้นในผู้ที่ยังอยู่ในช่วงวัยทำงาน หรือวัยเด็กๆในกรณีที่มีสาเหตุเช่นกันด้วย

  1. โรคไบโพลาร์หรือโรคอารมณ์สองขั้ว

โรคไบโพลาร์ (Bipolar disorder) เป็นโรคซึมเศร้าที่มีลักษณะการเปลี่ยนแปลงอารมณ์ของผู้ป่วยไปมาระหว่าง ซึมเศร้าและอารมณ์ดีผิดปกติ โดยช่วงซึมจะมีอาการเศร้า ท้อแท้ สิ้นหวัง จะคล้ายกับโรคซึมเศร้า ส่วนอารมณ์ดีจะมีลักษณะ คึกคัก มีพลัง อยากทำหลายอย่าง กระฉับกระเฉง นอนน้อย ใจดี แต่มีปัญหาในการควบคุมอารมณ์ของตัวเอง